ทำ EMFACE แล้วต้องทำ Ulthera อีกหรือเปล่า?
Ulthera Prime กับ EMFACE ทำพร้อมกันได้ไหม?
คู่มือเลือกโปรแกรมยกกระชับใบหน้าให้เหมาะกับปัญหาของคุณ
หลายคนเข้าใจผิดว่า EMFACE และ Ulthera Prime ทำหน้าที่เหมือนกัน แต่ความจริงแล้วทั้งสองเทคโนโลยีทำงานคนละชั้นของใบหน้าและสามารถเสริมประสิทธิภาพกันได้
EMFACE ใช้พลังงาน RF ร่วมกับ HIFES™ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อใบหน้า ส่วน Ulthera Prime ใช้คลื่น Microfocused Ultrasound ส่งพลังงานลงสู่ชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและยกกระชับโครงสร้างผิว
ทำ EMFACE แล้วต้องทำ Ulthera Prime อีกหรือไม่?
คำตอบคือขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล หากปัญหาหลักคือกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงและเริ่มมีความหย่อนคล้อยเล็กน้อย EMFACE อาจเพียงพอ แต่หากมีความหย่อนคล้อยของผิว กรอบหน้าไม่ชัด หรืออายุประมาณ 35–40 ปีขึ้นไป การทำร่วมกับ Ulthera Prime มักให้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมกว่า
Ulthera Prime กับ EMFACE ทำพร้อมกันได้ไหม?
สามารถทำร่วมกันได้ เนื่องจากทำงานคนละกลไกและคนละชั้นของเนื้อเยื่อ โดยแพทย์อาจเลือกทำในวันเดียวกัน ทำ Ulthera Prime ก่อนแล้วตามด้วย EMFACE หรือเว้นระยะ 2–4 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นกับการประเมินรายบุคคล
สรุป
Ulthera Prime ช่วยยกโครงสร้างและกระตุ้นคอลลาเจน ขณะที่ EMFACE ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและปรับโทนใบหน้า การใช้ร่วมกันจึงเป็นแนวทางการยกกระชับแบบหลายมิติที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน
อ้างอิงงานวิจัย: Evaluation of a novel device combining RF and HIFES technologies for the non-invasive correction of asymmetric smiles and facial rejuvenation: A case report (Skin Research and Technology, 2024).
EMFACE ทำอะไรได้บ้าง
จากรายงานผู้ป่วยกรณีศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Skin Research and Technology (2024) ซึ่งประเมินอุปกรณ์ EMFACE ที่รวมเทคโนโลยี RF และ HIFES เข้าด้วยกัน พบว่าการรักษาต่อเนื่อง 6 ครั้งในผู้ป่วยหญิงที่มีปัญหารอยยิ้มไม่สมมาตร ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่วัดได้จริงด้วยภาพ 3 มิติ ทั้งปริมาตรกล้ามเนื้อบริเวณแก้มที่เพิ่มขึ้น และมุมองศาของมุมปากทั้งสองข้างที่สมดุลขึ้นอย่างชัดเจน ผลลัพธ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า EMFACE มีศักยภาพในการเพิ่มมวลและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อใบหน้าได้จริง รวมถึงเพิ่มปริมาตรในบริเวณกลางใบหน้าที่ให้ความรู้สึกอิ่มและอ่อนเยาว์ขึ้น
อย่างไรก็ตาม กลไกของ EMFACE ยังคงจำกัดอยู่ที่การกระตุ้นกล้ามเนื้อและการปรับโครงสร้างผิวหนังผ่าน RF เป็นหลัก ไม่ได้มีข้อมูลที่แสดงถึงการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นลึกแบบเดียวกับที่ Ulthera ทำ
แล้วเมื่อไรที่ยังต้องทำ Ulthera เพิ่ม
หากหลังทำ EMFACE แล้วคนไข้ยังพบว่า
- ผิวหนังยังคงบางและขาดความยืดหยุ่น
- มีริ้วรอยที่ชัดเจนจากการเสื่อมของคอลลาเจน
- ผิวหย่อนคล้อยในบริเวณที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อโดยตรง เช่น รอบดวงตาหรือลำคอ
กรณีเหล่านี้ยังคงต้องอาศัยกลไกการกระตุ้นคอลลาเจนของ Ulthera เพื่อแก้ปัญหาที่ EMFACE ไม่สามารถทำได้โดยตรง
สรุป
EMFACE และ Ulthera ไม่ได้ใช้ทดแทนกัน จึงไม่มีคำตอบตายตัวว่า "ทำ EMFACE แล้วไม่ต้องทำ Ulthera อีก" การตัดสินใจว่าจำเป็นต้องทำ Ulthera เพิ่มหรือไม่ควรขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ว่าปัญหาของคนไข้ยังหลงเหลืออยู่ที่ชั้นผิวหนังหรือไม่
