ฉีดฟิลเลอร์ปาก อันตรายหรือไม่ จุดไหนเสี่ยง และสิ่งที่ต้องรู้ก่อนฉีด
หมอปุ๊นอยากตอบตรง ๆ ก่อนเลยค่ะว่า การฉีดฟิลเลอร์ปากสามารถทำได้อย่างปลอดภัยสูง หากแพทย์ผู้ฉีดมีความเข้าใจกายวิภาคของบริเวณนี้อย่างละเอียด แต่ในขณะเดียวกัน ริมฝีปากก็เป็นบริเวณที่มีหลอดเลือดพาดผ่านค่อนข้างมาก และมีความหลากหลายของตำแหน่งหลอดเลือดในแต่ละบุคคลค่อนข้างสูง จึงไม่ใช่บริเวณที่ควรมองข้ามความเสี่ยง
ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุดหลังฉีดฟิลเลอร์ปากคืออาการบวมและรอยช้ำ ซึ่งเป็นอาการชั่วคราวและไม่รุนแรง แต่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงกว่านั้น เช่น หลอดเลือดอุดตัน แม้จะพบได้น้อยมาก แต่ก็เป็นสิ่งที่แพทย์ผู้ฉีดต้องเข้าใจและป้องกันอย่างจริงจัง
จุดที่ฉีดฟิลเลอร์ปากแล้วเสี่ยงอันตรายคือที่ไหน
หัวใจสำคัญของความเสี่ยงในการฉีดฟิลเลอร์ปากคือตำแหน่งของหลอดเลือดแดงที่เลี้ยงริมฝีปาก ได้แก่ หลอดเลือดแดง superior labial artery ที่เลี้ยงริมฝีปากบน และ inferior labial artery ที่เลี้ยงริมฝีปากล่าง
จากการศึกษาทางกายวิภาคด้วยอัลตราซาวด์ พบว่าหลอดเลือดเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในชั้นเยื่อเมือกและใต้เยื่อเมือก (wet mucosal layer) ที่ความลึกเฉลี่ยประมาณ 5.3 มิลลิเมตรที่ริมฝีปากบน และ 4.2 มิลลิเมตรที่ริมฝีปากล่าง [3] แต่จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ หลอดเลือดแดง superior labial artery มักพบอยู่ในชั้นกล้ามเนื้อ (intramuscular) ได้บ่อยพอสมควร [2][3] ในขณะที่ inferior labial artery บางครั้งพบอยู่ในชั้นเยื่อเมือกแห้ง (dry mucosa) [3] ซึ่งหมายความว่าตำแหน่งของหลอดเลือดในแต่ละคนมีความหลากหลายสูงมาก ไม่สามารถใช้สูตรตายตัวเดียวกันได้ทุกคน
นอกจากนี้ บริเวณมุมปาก (corner of mouth) ก็เป็นอีกจุดที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเป็นบริเวณที่หลอดเลือดจากหลายแขนงมาบรรจบกัน ทำให้มีความซับซ้อนของโครงข่ายหลอดเลือดสูงกว่าจุดอื่นบนริมฝีปาก
ด้วยเหตุนี้ หลักการฉีดที่ปลอดภัยจึงมักเน้นการฉีดในชั้นตื้น (superficial subcutaneous) เป็นหลัก [2][3] เพราะเป็นชั้นที่หลอดเลือดสำคัญของริมฝีปากพาดผ่านน้อยที่สุด ร่วมกับการดูดกลับด้วยกระบอกฉีดยา (aspiration) ทุกครั้งที่แทงเข็มเข้าไปใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงเพิ่มเติม แม้เทคนิคนี้จะไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยได้ 100% แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ
ต้องรู้อะไรก่อนจะฉีดฟิลเลอร์ปาก
หมอปุ๊นอยากชวนคนไข้ทำความเข้าใจว่า การฉีดฟิลเลอร์ปากที่ดีไม่ได้เริ่มจากการหยิบเข็มขึ้นมาฉีดทันที แต่เริ่มจากขั้นตอนการประเมินโครงสร้างริมฝีปากอย่างละเอียดก่อนเสมอ ซึ่งแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก
การประเมินขณะนิ่ง (Static Assessment) คือการประเมินริมฝีปากในสภาวะปกติที่ไม่มีการเคลื่อนไหว ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น การแสดงออกทางสีหน้าขณะพัก สัดส่วนความสูงระหว่างริมฝีปากบนและล่าง สัดส่วนความกว้างของริมฝีปากเทียบกับความกว้างของกราม ความสมมาตรของริมฝีปากทั้งสองข้าง รูปทรงและความโค้งของริมฝีปากบนและล่าง ลักษณะมุมปาก รูปทรงของสันร่องริมฝีปากบน ลักษณะขอบริมฝีปาก (white roll และ vermillion border) รูปทรงของจุดสูงสุดของหยักคิ้วปาก (GK point) ลักษณะปุ่มริมฝีปาก ปริมาตรของแต่ละช่องเนื้อเยื่อในริมฝีปาก คุณภาพผิวและริ้วรอยรอบปาก ความสามารถในการยืดขยายของริมฝีปากเมื่อดึง รวมถึงมุมและเส้นสัดส่วนใบหน้าด้านข้าง เช่น มุมระหว่างจมูกกับริมฝีปาก (nasolabial angle) ซึ่งมีความสำคัญมากในมุมมองด้านข้าง
การประเมินขณะเคลื่อนไหว (Dynamic Assessment) คือการประเมินริมฝีปากขณะมีการเคลื่อนไหว เช่น ขณะยิ้มหรือพูด ซึ่งครอบคลุมประเด็นอย่างความสมมาตรของใบหน้าทั้งแนวนอนและแนวตั้งขณะเคลื่อนไหว การเปลี่ยนแปลงรูปทรงของปุ่มริมฝีปากขณะยิ้ม การสบฟันและการเผยฟันขณะยิ้ม ลักษณะเหงือกที่เผยออกมา แนวเส้นริมฝีปากและส่วนโค้งของรอยยิ้ม พื้นที่ว่างด้านข้างขณะยิ้ม รวมถึงการทำงานของกล้ามเนื้อรอบปากในแต่ละกลุ่ม เช่น กล้ามเนื้อที่ควบคุมการยกริมฝีปากขณะยิ้มแนวตั้ง กล้ามเนื้อที่ควบคุมการขยายริมฝีปากแนวนอน กล้ามเนื้อที่ควบคุมการออกเสียง กล้ามเนื้อที่ควบคุมการหุบปาก และกล้ามเนื้อที่ควบคุมการยื่นริมฝีปากขณะทำปากจู๋
ทำไมการประเมินที่ครบถ้วนถึงเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและความสวยงาม
การประเมินอย่างละเอียดทั้งสองส่วนนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยให้แพทย์เข้าใจโครงสร้างเดิมของคนไข้แต่ละคนก่อนวางแผนตำแหน่งและปริมาณการฉีด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อทั้งความเป็นธรรมชาติของผลลัพธ์และความปลอดภัย เพราะการเข้าใจว่าริมฝีปากของคนไข้มีช่องเนื้อเยื่อส่วนไหนที่ขาดปริมาตรจริง ๆ และส่วนไหนที่ไม่จำเป็นต้องเติมเพิ่ม ช่วยลดโอกาสที่แพทย์จะฉีดเกินความจำเป็นในบริเวณที่มีความเสี่ยงสูง
สิ่งที่หมอปุ๊นอยากเตือนคนไข้
ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ปาก หมอปุ๊นแนะนำให้เลือกแพทย์ที่ใช้เวลาในการประเมินโครงสร้างริมฝีปากอย่างละเอียดจริง ไม่ใช่แพทย์ที่รีบฉีดโดยไม่ได้ซักถามหรือประเมินความคาดหวังก่อน และควรสอบถามแพทย์เกี่ยวกับแผนการฉีด เช่น จะฉีดในชั้นไหน ปริมาณเท่าไหร่ และมีมาตรการความปลอดภัยอย่างไรหากเกิดภาวะแทรกซ้อน เพื่อความมั่นใจก่อนตัดสินใจ
สรุปส่งท้าย
การฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นหัตถการที่ปลอดภัยได้จริงเมื่อทำโดยแพทย์ที่เข้าใจทั้งกายวิภาคของหลอดเลือดและหลักการประเมินโครงสร้างริมฝีปากอย่างรอบด้าน ความเสี่ยงหลักอยู่ที่ตำแหน่งหลอดเลือดแดงเลี้ยงริมฝีปากซึ่งมีความหลากหลายในแต่ละบุคคล ส่วนความสวยงามตามธรรมชาติขึ้นอยู่กับการประเมินโครงสร้างเดิมอย่างละเอียดทั้งขณะนิ่งและขณะเคลื่อนไหวก่อนวางแผนการรักษา
