ร่องแก้มไม่ได้เกิดจากผิวหนังเพียงอย่างเดียว
หลายคนเข้าใจว่าร่องแก้มเป็นแค่เรื่องของผิวหนังที่หย่อนยาน แต่ในความเป็นจริง ร่องแก้มเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใบหน้าหลายชั้นพร้อมกัน ได้แก่:
- กระดูกใบหน้ายุบตัว (Bone Resorption) — โครงสร้างกระดูกที่เคยรองรับเนื้อเยื่อค่อยๆ บางลง
- ไขมันชั้นลึกและชั้นตื้นเคลื่อนต่ำลง — ไขมันที่เคยอยู่ในตำแหน่งสูงเริ่มเลื่อนลงตามแรงโน้มถ่วง
- เอ็นยึดใบหน้าสูญเสียความแข็งแรง — เอ็นที่เคยยึดโครงหน้าให้อยู่ในตำแหน่งเริ่มยืดและอ่อนแรงลง
- ระบบ SMAS และกล้ามเนื้อใบหน้ามีความตึงตัวลดลง — พังผืดและกล้ามเนื้อชั้นลึกที่เคยกระชับเริ่มหย่อนยาน
- ผิวหนังสูญเสียคอลลาเจนและอิลาสติน — ชั้นผิวเองก็เสื่อมสภาพตามอายุ
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือแก้มตกลงและเกิดร่องแก้มที่ลึกขึ้นเรื่อยๆ
"หมอปุ๊นมักอธิบายให้คนไข้ฟังว่า ร่องแก้มเปรียบเหมือนบ้านที่โครงสร้างข้างในทรุดตัว ไม่ใช่แค่สีทาผนังหลุดลอกค่ะ เพราะฉะนั้นการแก้ไขที่ตรงจุดต้องเข้าใจว่าปัญหาอยู่ที่ชั้นไหนของใบหน้า"
หลักการรักษาร่องแก้ม: เติม (Fill) และ ยก (Lift)
การรักษาร่องแก้มมีหลักการหลัก 2 แนวทาง:
- เติม (Fill) ด้วยฟิลเลอร์ เพื่อทดแทนปริมาตรที่สูญเสียไปจากกระดูกและไขมันที่ยุบตัว
- ยก (Lift) ด้วยร้อยไหม เพื่อยกเนื้อแก้มที่หย่อนคล้อยกลับขึ้นสู่ตำแหน่งเดิม
ผู้ป่วยจำนวนมากเหมาะกับการรักษาร่วมกันทั้งสองวิธี เนื่องจากมักมีทั้งภาวะสูญเสียปริมาตร (Volume Loss) และภาวะเนื้อเยื่อหย่อนคล้อย (Tissue Sagging) เกิดขึ้นพร้อมกัน
HA Filler: เติมเต็มทันที เห็นผลเร็ว
ฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) เช่น Restylane, Juvederm, Belotero, Teosyal และ Revanesse เป็นตัวเลือกที่นิยมที่สุดสำหรับการเติมปริมาตรร่องแก้ม
- ข้อดี:
- เห็นผลทันทีหลังฉีด
- สามารถละลายได้หากต้องการปรับแก้ไข
- ปรับแต่งรูปทรงได้ง่าย
- เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ยังไม่เคยฉีดฟิลเลอร์ - ข้อจำกัด:
- อยู่ได้ประมาณ 8-18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดและตำแหน่งที่ฉีด
Non-HA Filler / Biostimulator: กระตุ้นคอลลาเจน ผลอยู่นานกว่า
กลุ่มนี้เน้นกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเอง ให้ผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไปแต่อยู่ได้นานกว่า HA แบ่งเป็น:
- PLLA (Poly-L-Lactic Acid): Sculptra, AestheFill
- PCL (Polycaprolactone): Ellansé
- PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid): Juvelook
- PN/Polynucleotide: Rejuran, Plinest, Nucleofill
- Hybrid Biostimulator: Karisma
บทบาทของกล้ามเนื้อ Zygomaticus Major และ Zygomaticus Minor
กล้ามเนื้อทั้งสองมัดนี้เป็นกล้ามเนื้อสำคัญในการยิ้ม ทำหน้าที่ยกแก้มและมุมปากขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น ไม่ได้มีเพียงกล้ามเนื้อที่เปลี่ยนแปลง แต่ระบบทั้งหมด ทั้งกระดูก ไขมัน เอ็นยึด และระบบ SMAS จะเสื่อมลงร่วมกัน ส่งผลให้แรงพยุงเนื้อแก้มลดลง เนื้อแก้มเคลื่อนต่ำลง และร่องแก้มดูลึกขึ้น
"หมอปุ๊นอยากเน้นย้ำตรงนี้ค่ะว่า ร่องแก้มไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้ออ่อนแรงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยร่วมกัน การรักษาที่มองแค่มุมเดียวจึงมักไม่ได้ผลลัพธ์ที่ครบถ้วนค่ะ"
เครื่องยกกระชับช่วยได้อย่างไร
เครื่องยกกระชับแต่ละชนิดมีกลไกการทำงานที่ต่างกัน:
- HIFU และ RF เน้นการหดตัวของคอลลาเจนที่มีอยู่เดิม และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
- Emface ใช้คลื่น RF ร่วมกับ High-Intensity Facial Electrical Stimulation เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความตึงตัวของกล้ามเนื้อ เช่น Zygomaticus Major และ Zygomaticus Minor โดยตรง
เมื่อระบบกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น จะช่วยพยุงเนื้อแก้ม ทำให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้นในผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง อย่างไรก็ตาม หากมีการสูญเสียปริมาตรมาก อาจจำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์หรือร้อยไหมร่วมด้วยเพื่อผลลัพธ์ที่ครบถ้วน
สรุป
ร่องแก้มเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของกระดูก ไขมัน เอ็น กล้ามเนื้อ และผิวหนังร่วมกัน ไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงอย่างเดียว การเลือกวิธีรักษาจึงควรพิจารณาตามสาเหตุหลักของแต่ละบุคคล:
- HA Filler เหมาะสำหรับการเติมเต็มปริมาตรที่สูญเสีย เห็นผลทันที
- Non-HA Filler/Biostimulator เหมาะสำหรับกระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นฟูโครงสร้างระยะยาว
- Thread Lift เหมาะสำหรับยกเนื้อแก้มที่หย่อนคล้อยกลับตำแหน่งเดิม
- เครื่องยกกระชับ ช่วยเสริมความแข็งแรงของผิวและกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้น
การรักษาที่ดีที่สุดคือการประเมินสาเหตุของร่องแก้มในแต่ละบุคคลอย่างละเอียด แล้วเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสมร่วมกัน ที่เดรม่า คลินิก เราให้คำปรึกษาแบบ Personal Treatment ค่ะ หากคุณกำลังมีปัญหาร่องแก้มและอยากทราบว่าสาเหตุของคุณคืออะไร ทักมาพูดคุยกันได้เลยนะคะ
