"เหนียง" คือปัญหาที่คนไทยกังวลมากที่สุดอย่างหนึ่ง
เหนียง หรือผิวหนังบริเวณใต้คางและกรามที่หย่อนคล้อยจนดูเป็นชั้นๆ เป็นหนึ่งในสัญญาณความชราที่คนไข้เอเชียกังวลมากที่สุด เพราะทำให้เส้นกรามไม่ชัด ใบหน้าดูหนักและดูแก่กว่าอายุจริง
วันนี้หมอปุ๊นอยากพาไปดูงานวิจัยที่ทำในคนไทยโดยเฉพาะ ตีพิมพ์ในวารสาร Dermatology and Therapy ปี 2021 โดยทีมแพทย์จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับทีมวิจัยจากอิตาลี ซึ่งศึกษาการใช้ไหมละลายชนิดมีเงี่ยง (Absorbable Barbed Threads) ในการยกกระชับใบหน้าส่วนล่าง รวมถึงบริเวณเหนียงโดยเฉพาะ
รายละเอียดงานวิจัย
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาแบบ Prospective, Evaluator-Blinded ในผู้ป่วยไทย 27 คนที่มีภาวะผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยใช้ไหมชนิด Definisse™ (หรือที่รู้จักในชื่อ Happy Lift™) ร้อยไหมตามแนวมุมกราม (Mandibular Angle) เพื่อสร้างจุดยึดแบบ "J Stitch" โดยเปรียบเทียบไหม 2 ความยาวคือ 12 เซนติเมตร และ 23 เซนติเมตร
ทีมวิจัยติดตามผลที่ช่วงเวลาต่างๆ ได้แก่ ทันทีหลังทำ, 1 สัปดาห์, 1, 2, 3, 6 และ 12 เดือน โดยประเมินทั้งจากแพทย์ผิวหนัง 2 ท่านที่ไม่ทราบว่าใช้ไหมความยาวใด (Blinded) และจากการประเมินตนเองของผู้ป่วย
ผลการศึกษา: เห็นผลตั้งแต่สัปดาห์แรก
ผลการศึกษาพบว่าจากผู้ป่วย 27 คน มี 25 คน (92.6%) ที่เข้ารับการติดตามผลครบทุกครั้ง โดยพบว่า:
- เห็นผลทันทีหลังร้อยไหม ความหย่อนคล้อยของใบหน้าดีขึ้นชัดเจนตั้งแต่วันแรก
"หมอปุ๊นมองว่างานวิจัยนี้มีความน่าเชื่อถือสูงมากค่ะ เพราะทำในคนไทยโดยตรง ไม่ใช่แค่คนตะวันตกที่โครงหน้าต่างจากเรา และยังเป็นการศึกษาที่ประเมินผลแบบ Blinded ซึ่งช่วยลดอคติจากทั้งฝั่งแพทย์และคนไข้ได้ดีค่ะ"
ไหมยาวหรือไหมสั้น แบบไหนยกเหนียงได้ดีกว่า
ประเด็นที่น่าสนใจคือ งานวิจัยพบว่าไหมความยาว 23 เซนติเมตรให้ผลลัพธ์การยกกระชับที่ดีกว่าไหมความยาว 12 เซนติเมตรเล็กน้อย ทีมวิจัยอธิบายว่าน่าจะมาจากการที่ไหมยาวมีจำนวนเงี่ยง (Barbs) มากกว่า ทำให้มีจุดยึดกับเนื้อเยื่อ (Tissue Suspension) มากขึ้น และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Biostimulation) ได้มากขึ้นตามไปด้วย
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
งานวิจัยระบุไว้ชัดเจนว่า ข้อจำกัดสำคัญของไหมละลายชนิดนี้คือ ผลลัพธ์ด้านการยกกระชับที่มองเห็นได้จะไม่คงอยู่ยาวนานเท่าไหมชนิดไม่ละลาย เนื่องจากไหมจะเริ่มถูกดูดซึมกลับตั้งแต่ช่วงเดือนที่ 6 เป็นต้นไป
"หมอปุ๊นอยากให้คนไข้เข้าใจตรงนี้ค่ะว่า ไหมละลายเน้นการกระตุ้นคอลลาเจนควบคู่ไปกับการยกกระชับ ผลลัพธ์จึงมีทั้งส่วนที่มาจากแรงดึงทางกลซึ่งจะค่อยๆ ลดลงเมื่อไหมสลาย และส่วนที่มาจากคอลลาเจนใหม่ที่ร่างกายสร้างขึ้นซึ่งจะคงอยู่ต่อไปได้นานกว่า การพูดคุยเรื่องนี้กับคนไข้ตั้งแต่ต้นจึงสำคัญมากค่ะ เพื่อให้คาดหวังผลลัพธ์ได้ตรงกับความเป็นจริง"
สรุป
งานวิจัยในคนไทยยืนยันว่าการร้อยไหมละลายชนิดมีเงี่ยงตามแนวกรามเป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการยกกระชับใบหน้าส่วนล่าง โดยเฉพาะบริเวณเหนียงและแนวกราม เห็นผลได้เร็วตั้งแต่สัปดาห์แรก และไหมความยาวมากขึ้นมีแนวโน้มให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ควรเข้าใจข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาที่ไหมจะเริ่มสลายตั้งแต่เดือนที่ 6 เพื่อวางแผนการรักษาต่อเนื่องได้อย่างเหมาะสม
ที่เดรม่า คลินิก เราให้คำปรึกษาแบบ Personal Treatment ค่ะ หากคุณกำลังกังวลเรื่องเหนียงและอยากทราบว่าวิธีไหนเหมาะกับคุณที่สุด ทักมาพูดคุยกันได้เลยนะคะ
